บริการซ่อมบำรุงอาคาร: ควรล้างแอร์ ? กี่ครั้งต่อปี

, , Comments Off on บริการซ่อมบำรุงอาคาร: ควรล้างแอร์ ? กี่ครั้งต่อปี

บริการซ่อมบำรุงอาคาร: ควรล้างแอร์ ? กี่ครั้งต่อปี หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่า ในการล้างแอร์บ้านควรจะล้างกี่เดือนครั้งดี เพราะเห็นช่างส่วนใหญ่ก็บอกให้ล้างทุกๆ 6 เดือน แต่บางทีพึ่งล้างไม่กี่เดือนก็เริ่มไม่ค่อยเย็นแล้ว ซื่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนนั้น ลองพิจารณาดังนี้

1. ล้างแอร์กี่ครั้ง ต่อปี ปัจจัยหนึ่งก็คือ เราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยครั้งและนานแค่ไหน ยิ่งเปิดบ่อยๆหรือเปิดนานๆ ก็ยิ่งต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น เพราะขณะที่แอร์กำลังทำงาน จะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องเพื่อหมุนเวียนแล้วพ่นลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไป แล้วไปหมักหมมอยู่ภายในตัวเครื่อง และจะทำให้ระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เเอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น

2. อีกปัจจัยหนึ่งก็คือตำแหน่งที่อยู่อาศัยของท่าน ถ้าหากอยู่ติดถนน หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้าง เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นตามปริมาณฝุ่นละออง (สังเกตง่ายถ้าด้านหลังของคอยล์ร้อนเริ่มมีฝุ่นจับมากก็ควรล้างทันที อย่าปล่อยให้อุดตันจนอากาศไหลเวียนได้ไม่สะดวก)

3. พื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับการก่อสร้าง ก็จะทำให้มีสิ่งสกปรกอุดตันเร็วเช่นกัน

4. ยิ่งถ้าบ้านติดกับการก่อสร้างถนนด้วยแล้วนั้น แนะนำความล้างแอร์ทุก 2-3 เดือนครั้งครับ เพราะแอร์จะสกปรกเร็วมาก ๆ

5. ที่อยู่อาศัยภายในห้องมีการใช้แป้งเยอะหรือไม่ หรือที่นอนเป็นฝุ่นเยอะหรือไม่ หรือมีสิ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องล้างแอร์เร็วขึ้นนะครับ

ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ ด้วยน้ำเปล่าทุก ๆ อาทิตย์ (ทำให้แห้งก่อนนำไปใส่) เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง (ช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ และยังช่วยลดไรฝุ่นละอองที่ลมเป่าออกมาจากตัวแอร์ในห้องได้ด้วย)

ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ และยังช่วยทำให้อากาศภายในห้องสะอาด เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย

รายละเอียดการทำงาน ( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีด เทอร์โมรูม และ รีโมทควบคุมความเย็น (CONTROL)
8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า และ การทำงานของคอนเดนซิ่งยูนิต

การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านค่ะ

รายละเอียดการล้างย่อยแอร์ ( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter)
2. ดูดและเป่าทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจเช็ค รอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น และใบพัด
5. ตรวจเช็คชุดควมคุมระบบแอร์เทอร์โมรูมและรีโมท
6. ดูดและเป่าแผงครีบคอนเดนซิ่งยูนิตด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
7. ตรวจวัดแรงดันของระบบน้ำยา ที่คอนเดนซิ่ง
8. ตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด
9. ตรวจเช็คการทำงานของมอเตอร์และใบพัดลมคอยล์ร้อน
10. ตรวจเช็คการทำงาน ของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์